ดูแล้วรบกวนกด ไลค์ ให้ เด็ก ๆ เหล่านี้เป็นกำลังใจด้วยน่ะครับ 
 
http://www.facebook.com/southmediawatch/posts/132665346850199?notif_t=share_reply
กดไลค์ ให้พวกเราหน่อยนะค่า บบบ
คลิปสั้นสะท้อนเด็กติดเกม­­­­
ขอบคุณคราบบบบ­­
ปัจจุบันนี้....หลาย ๆ คนยังสับสนและดูวุ่นวายกับการใช้ภาษาอังกฤษกัน ลำพังแค่ศัพท์ภาษาอังกฤษที่สามารถแปลความหมายได้ตรงตัวแล้ว....เรายังเปิด Dictionary มือเป็นระวิง....แล้วนี่ต้องมาเจอสำนวนภาษาอังกฤษที่เราไม่สามารถแปลได้ตรงตัวอีก โอ้..... It drives mme crazy!!!!  เรามาดูกันดีกว่าว่า....วันนี้ผมจะหยิบยกสำนวนอะไรมาแบ่งปันกัน 
 
 

How come = why ?

OKEY DOKEY = OK

Break a leg = โชคดี (โอ๊ะโอ.....ถ้าไปคุยกับเพื่อนที่ไม่รู้สำนวน ในขณะที่เพื่อนกำลังจะเดินทางมันคงทุบหัวเรา              ตาย หาว่าไปแช่มันให้ขาหัก)
 
watch your mouth               = ระวังปาก
Beat it = Fuck off = Get lost  = Go away ไปให้พ้น
Do you buy it ! = Do you believe ? (คุณเชื่อหรือไม่)
We are even-steven             = เราเสมอกัน
You don't suppose               =  คุณคงไม่ว่าอะไร
Some thing to write home about = ต้องเอาไปเล่าให้ที่บ้านฟัง
I gotcha you         = เธอถูกฉันหลอกแล้ว
In my book           = In my opinion (ในความคิดฉันแล้ว)
bring up                = mention พูดขึ้นมา
out of question      = เป็นไปไม่ได้

I am must of a student ผมเรียนไม่เก่ง

 I am must of a conversationist ผมพูดไม่เก่ง

head over heels           =รักหัวปักหัวปำ
to be in fatuated with  = รักแบบโง่งมงาย

be enamore of someone= อุทิศให้ความรัก

good term with       = เข้ากันได้ดี

a hubby chaser            = หญิงตามล่าหาสามี
give me a call                = โทรมาหาหน่อย
to be on cloud nine       = เหมือนอยู่บนสวรรค์ชั้น 7
just sort of stingy         = ขี้เหนียวไปหน่อย
leave well enough alone = ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ
It's over my head          =ยากจะเข้าใจ
down to earth               = realistic กลับสู่ความเป็นจริง
running a temperature  = มีไข้อยู่
the night still young       = ราตรีนี้ยังอีกยาว
one way or another       =ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
 
 
เป็นไงบ้างครับ.....นี่เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นน่ะครับ.....ยังมึนได้ถึงขนาดนี้.....คราวหน้าจะเอามาฝากอีกครับบบ....

Please...stand up !!!

Gooooooddddd....morning teacher.

Good Morning. How are you today?

I'mmmmm finnneee....thank...you...and youuuuuu?

I'm fine thank you. Please sit down.

Thaaaaaank you teacher...

ทุก ๆ เช้า เวลาถึงคาบสอนของผม ผมมักจะต้องได้ยินประโยคนี้ทุกครั้ง ซึ่งเป็นประโยคที่คุ้นหูหลาย ๆ คนสำหรับการทักทายก่อนเริ่มเข้าสู่บทเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมตอนต้น ตอนผมเรียน ผมก็ใช้ประโยคแบบนี้มาเป็น 10 ปี ไม่เคยเปลี่ยน บางทีก็นึกเบื่อเหมือนกัน มันไม่มีประโยคไหนแล้วหรือไรที่จะทักทายกันก่อนเข้าสู่บทเรียน

วันหนึ่งผมนึกเบื่อประโยคเหล่านี้ ลองถามไถ่ทุกข์สุขด้วยประโยคอื่นบ้าง

Please...stand up !!!

Gooooooddddd....morning teacher.

Good morning. How's going?

.................................................... (ไม่มีเสียงตอบรับจากนักเรียน)

สายตาของผมที่กำลังจดจ้องหนังสือ และมือเป็นระวิงเพื่อเปิดบทเรียนที่ตนเองเตรียมไว้

แต่อาการเหล่านั้นต้องหยุดชะงัก เนื่องจากภาวะเงียบของนักเรียน ผมเลยตัดสินใจเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ จ้องมองอาการของเหล่านักเรียน  เอาแล้วล่ะสิ ภาวะงงเป็นไก่ตาแตกเริ่มครอบคลุมระบบท่องจำของลูกศิษย์เราแล้ว

เฮ้ยยยยย....เป็นไรไปครับนักเรียน...ทำไมเงียบไป

'จารย์ถามอะไรอ่ะ....ไม่เห็นเหมือนเดิมเลย...แล้วพวกเราจะตอบยังไงอ่า

ครูถามว่า How's going?

ก็ยังคงเงียบอยู่ ทันใดนั้นมีนักเรียนคนหนึ่ง ตอบขึ้นมาอย่างมั่นใจว่า

I'm going by motocycle.....

โอยยยยย.....พระเจ้า.....อยากกัดลิ้นตาย

ก็นักเรียนเล่นท่องเอาแต่ประโยคเดิม ๆ พอครูเปลี่ยนประโยคถามทุกข์สุขนิดหน่อย นักเรียนก็ต่อประโยคไม่ได้แล้ว แถมตอบมาก็ดันไปเรื่องอื่นซะงั้น

มีใครใช้แต่ประโยคนี้ในการทักทายภาษาอังกฤษตั้งแต่ ป.1 - ม.6 บ้างครับ อยากรู้ว่ามันมีแต่โรงเรียนที่ผมสอนรึปล่าว

edit @ 9 Sep 2009 12:16:07 by naiboy